ชาร์จแบตโทรศัพท์ในรถดีไหม

ชาร์จแบตโทรศัพท์ในรถดีไหม

 ชาร์จแบตโทรศัพท์ในรถดีไหม เชื่อว่าคงเคยเห็นข่าวอุบัติเหตุระเบิดหรือไฟไหม้จากการชาร์จมือถือในรถกันมาบ้างแล้ว แม้ว่าอันตรายจากเหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่เพราะประเทศไทยเป็นเมืองรถติดแบบนี้ ทุกๆท่านคงเคยขับรถแล้วชาร์จโทรศัพท์ผ่านช่อง USB ในรถ หรือไม่ก็ต่อสายชาร์จกับช่องเสียบบุหรี่กันจนเป็นนิสัย แม้ว่าจะเห็นคำเตือนมากมายว่า อย่าชาร์จโทรศัพท์ในรถ เพราะจะทำให้แบตเสื่อม มือถือพัง … เราก็จำเป็นหรือจะต้องชาร์จอยู่ดี
วันนี้ เรามาดูข้อดี,ข้อเสีย ของการชาร์จมือถือในรถพร้อมวิธีป้องกันต่างๆกัน



ชาร์จมือถือในรถทำให้เกิดอันตรายได้ …

ข่าวรถระเบิด วันนี้ล่าสุด อัพเดทข่าวรถระเบิด ล่าสุด

ตามปกติแล้ว ระบบไฟฟ้าในรถยนต์จะต้องผ่านฟิวส์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลัดวงจรขึ้น หากเราชาร์จแบตจนเต็มแล้วยังไม่เอาออก หรืออุปกรณ์ชาร์จไม่มีคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ฟิวส์ขาด หรือหนักกว่านั้นคืออุปกรณ์ชาร์จเกิดการหลอมละลายทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ลามไปจนถึงเกิดไฟไหม้รถได้ 


ชาร์จมือถือในรถทำให้แบตเสื่อมได้…

รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่มาด้วยช่องเสียบ USB ในรถ ก็เหมือนการชาร์จไฟจากแหล่งจ่ายไฟอื่นๆ ทั่วไป ซึ่งไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง การเสียบอุปกรณ์ชาร์จไฟเข้ากับที่เขี่ยบุหรี่นั้น จะทำให้แบตเสื่อมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ใช้จ่ายไฟที่นำมาใช้ รวมถึงพฤติกรรมการชาร์จของคนขับรถล้วนๆ ทั้งการเลือกอุปกรณ์จ่ายไฟที่ให้กระแสที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการเสียบโทรศัพท์เข้ากับสายชาร์จในรถก่อนสตาร์ท

กรณีนี้ต้องแยกกันก่อนระหว่าง แบตเตอรีรถยนต์ และแบตโทรศัพท์มือถือ ซึ่งก็อาจเกิดผลเสียได้กับทั้ง 2 อย่าง

1.แบตเตอรีรถยนต์ ปกติแล้วระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรีรถยนต์จะอยู่ที่ประมาณ 2 ปี แต่การที่เราชาร์จแบตมือถือในรถจะทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรีรถยนต์ลดลงเหลือประมาณ 15-18 เดือน และเมื่อแบตเสื่อม ก็จะทำให้สตาร์ทรถติดยากขึ้นนั่นเองครับ โดยเฉพาะหากเรามีการใช้งานโทรศัพท์มือถือระหว่างที่กำลังชาร์จอยู่ โทรศัพท์จะดึงกระแสไฟฟ้าจากรถยนต์มาใช้เป็นจำนวนมาก ทำให้แบตเสื่อมเร็วขึ้นครับ 

2.แบตโทรศัพท์มือถือ ส่วนมากแล้วเราจะทำการชาร์จผ่านUSB ในรถ หรือไม่ก็ที่จุดบุหรี่ในรถ ซึ่ง USB ในรถนั้นถูกออกแบบมาให้จ่ายกระแสได้น้อย อยู่ที่ราวๆ 0.5A เพื่อเอาไว้เสียบ USB ไดร์ฟ หรือโทรศัพท์มือถือเพื่อฟังและดาวน์โหลดเพลง มากกว่าจะไว้ใช้สำหรับชาร์จแบตโดยตรง จึงทำให้ชาร์จช้ากว่าการเสียบที่จุดบุหรี่มาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากโทรศัพท์มือถือของเพื่อนๆมีขนาดใหญ่ หรือเป็นแท็บเล็ตแล้วก็จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เพราะกระแสไฟฟ้าที่ถูกปล่อยผ่านที่จุดบุหรี่นั้นสามารถจ่ายไฟได้ถึง 1A หรือ 2.1A ซึ่งมีปริมาณมากพอจะไปเลี้ยงแบตเตอรี่มือถือได้ อย่างไรก็ตาม ระบบไฟฟ้าที่ถูกจ่ายผ่านแบตเตอรี่รถยนต์นั้นค่อนข้างจะผันผวนไม่สม่ำเสมอ อาจเกิดการกระชากเมื่อระบบแอร์ทำงาน หรือหยุดชะงักได้ 



วิธีป้องกันกรณีชาร์จมือถือในรถ ไม่ให้แบตเสื่อมเร็ว

ใช้สายชาร์จแบตเตอรี่ที่ได้มาตรฐาน เพราะเราจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องความเสถียรของกระแสไฟที่เกิดจากอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน จะส่งผลเสียต่อแบตเตอรี่ของโทรศัพท์ และ แบตเตอรี่รถยนต์ในระยะยาวได้ ที่สำคัญควรสตาร์ทรถก่อน แล้วค่อยเสียบสายชาร์จ อย่าเสียบสายชาร์จคาไว้เพราะเมื่อเราสตาร์ทเครื่องยนต์จะเกิดกระแสไฟกระชากส่งผลต่อแบตมือถือได้ และควรดึงอุปกรณ์ที่ชาร์จโทรศัพท์ออกจากช่องเขี่ยบุหรี่ทุกครั้งก่อนดับเครื่องทุกครั้ง

ชาร์จแบตในรถอย่างไร จึงจะปลอดภัย

  1. อุปกรณ์สำหรับชาร์จควรเป็นอุปกรณ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เช่น ทำจากพลาสติกเกรด A ไม่มีรอยต่อ 
  2. ไม่ควรเสียบตัวพ่วง USB คาไว้ที่ช่องจุดบุหรี่ในรถ ควรถอดออกทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งานหรือมีการดับเครื่องยนต์
  3. ไม่ควรเปิดอุปกรณ์ในรถพร้อมกันหลายอย่างขณะที่ชาร์จมือถือในรถเพราะจะทำให้เพิ่มโอกาสที่แรงดันในรถไม่สม่ำเสมอมีสูง อาจเกิดไฟกระชากได้ 
  4. ไม่ควรชาร์จขณะสตาร์ทเครื่อง เพราะกระแสไฟฟ้าจะไหลเข้ามือถือมากเกินไป เกิดการกระชากไฟได้ ทางที่ดีควรสตาร์ทรถ เปิดแอร์ รอให้รถเคลื่อนตัวสักเล็กน้อย แน่ใจว่ากระแสไฟคงที่แล้วจึงค่อยเสียบสายชาร์จครับ 
  5. พกแบตเตอรีสำรองติดไว้ แล้วชาร์จจากแบตเตอรีสำรองแทนการชาร์จในรถโดยตรงจะดีกว่าครับ

ชาร์จแบตโทรศัพท์ในรถดีไหม เทคนิคในการชาร์จมือถือในรถให้ปลอดภัยง่ายๆแค่ทำตามขั้นตอนและวิธีที่เราบอกไปก็จะปลอดภัยทั้งรถและมือถือ รวมถึงคนโดยสารด้วยน่ะครับ ซึ่งจริงๆแล้วหากเป็นไปได้ ควรจะพกแบตเตอรีสำรองติดกระเป๋าหรือติดตัวไว้และชาร์จผ่านแบตเตอรีสำรองแทน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรวางแบตเตอรีสำรองทิ้งไว้ในรถนะครับ เพราะโอกาสเกิดอันตรายจากการที่แบตเตอรีสำรองจะระเบิด เมื่อเราจอดรถตากแดดทิ้งไว้นานๆก็มีสูงเช่นกัน เนื่องจากสารลิเธียมในแบตเตอรี่เป็นโลหะที่ไวต่อปฏิกิริยาทางเคมี เมื่อรถเราร้อนมากๆ อาจส่งผลให้เกิดปฏิกิริรยาลัดวงจรได้เหมือนกันครับ และที่สำคัญเลยควรเช็คเรื่องอุปกรณ์ภายในรถให้ดีทุกครั้งก่อนที่จะจอดรถทิ้งไว้น่ะครับ


ด้วยความปรารถนาดีจาก เพจ ประกันรถถูกๆ ต่อง่ายๆ คุ้มครองเลย

สาระน่ารู้เรื่อง ประกันรถยนต์ที่ จริงจัง จริงใจ จริงจริง ♥

สนใจซื้อประกันรถยนต์ คลิ๊ก