ดรัมเบรก กับ ดิสค์เบรก คืออะไร ต่างกันอย่างไร

ดรัมเบรก กับ ดิสค์เบรก คืออะไร ต่างกันอย่างไร

ดรัมเบรก กับ ดิสค์เบรก คืออะไร ต่างกันอย่างไร ระบบเบรกเป็นระบบความปลอดภัยขั้นแรกสุดของรถยนต์ ที่จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจากหลายๆท่านของแต่ละค่ายมาตรวจเช็ค เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด ในยุคแรกเกิดมาเป็นชุดเบรกแบบ ดรัมเบรก (Drum Brake) ต่อมาหลายสิบปียังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต่อมาจึงเกิดระบบเบรกแบบดิสค์เบรก (Disc Brake) ตามมาทีหลังซึ่งได้รับความนิยมกว่า แต่ก็ใช่ว่าระบบเบรกแบบ ดรัมเบรก (Drum Brake) จะหายไปจากโลกเลย เพราะมันยังคงเป็นการทำงานที่เรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพสูง ทำให้ในรถยนต์บางรุ่นก็ยังคงต้องใช้ Drum Brake ให้เห็นกันอยู่ และถ้าหากจะถามถึงการทำงานว่ามันต่างกันอย่างไรบ้าง ข้อดี ข้อเสีย มีอะไรบ้าง เราจะพาทุกท่านไปเรียนรู้พร้อมๆกันเลยครับ


ดรัมเบรก (Drum Brake)

ระบบห้ามล้อ ชะลอความเร็วแบบแรกที่เกิดขึ้นมานั้น อาศัยหลักการของแรง “ผลัก” เพื่อสร้างแรงเฉี่อยให้กับล้อรถยนต์ ซึ่งการทำงานของมันนั้น “ตัวดรัม”ที่ยึดติดอยู่กับล้อ ภายในจะมีส่วนประกอบต่างๆ ที่ช่วยในการสร้างแรงเฉี่อย ไม่ว่าจะเป็น ฝักเบรกที่ประกอบด้วยผ้าเบรก สปริง และลูกสูบ โดยที่ถูกต่อเข้ากับสายเบรก เมื่อมีการกดแป้นกลไก น้ำมันเบรกจะถูกแรงผลักลูกสูบไปดันฝักเบรกออก เสียดสีกับขอบดรัมที่หมุนไปพร้อมล้อ เพื่อสร้างแรงเฉี่อยให้กับรถ ดรัมเบรกจะติดตั้งในแบบที่ติดแน่นกับลูกล้อ เบรกจะทำงานเมื่อมีการถ่างก้ามเบรกให้เสียดสีกับตัวเบรก ดรัมเบรกใช้มากในรถบรรทุก รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลบางรุ่น รถบางรุ่นอาจใช้ระบบนี้เฉพาะล้อหลัง

ข้อดี

  • หยุดรถด้วยพละกำลังที่สูง เหมาะอย่างยิ่งกับรถที่มีน้ำหนักมาก
  • ออกแรงกดน้อย
  • ต้องการการดูแลรักษาต่ำ เนื่องจากเป็นระบบปิดที่ค่อนข้างมิดชิด


ข้อเสีย

  • การบำรุงรักษายาก ต้องทำโดยช่างผู้ชำนาญเท่านั้น
  • ความร้อนสะสมสูง
  • การระบายน้ำทำได้ไม่ดี
  • การตอบสนองค่อนข้างช้า ทำให้ขาดความแม่นยำ
  • ผ้าเบรกในดรัมเบรกนั้นถ่ายเทความร้อนได้ยาก ในบางครั้งผ้าเบรกมีอุณหภูมิสูงมาก มีผลทำให้ประสิทธิภาพการเบรกด้อยลง



ดิสก์เบรก (Disc Brake)

รถยนต์ที่ยังคงพัฒนาเกิดเป็นระบบ Disc Brake แม้ว่าจะเกิดขึ้นมาภายหลังระบบ ดรัม อยู่หลายปี แต่ว่าประสิทธิภาพของมันนั้น เรียกได้ว่าเกือบที่จะมาทดแทนระบบดรัมเบรกได้เลยทีเดียว ซึ่งการทำงานของระบบดิสเบรก จะเน้นไปที่การ “บีบ” ไปที่จานเบรกที่ยึดติดกับล้อ บีบโดยลูกสูบเบรก หรือคาลิเปอร์ ครอบเข้าไปที่จานเบรกฝั่งใดฝั่งหนึ่ง โดยส่วนของคาลิเปอร์จะไม่หมุนไปตามล้อแต่จะถูกเชื่อมต่อสายเบรกเข้าไปที่ลูกสูบ เมื่อมีการใช้งานลูกสูบจะดันผ้าเบรกภายในให้ “บีบ” กับจานเบรกทำให้เกิดแรงเสียดทาน เป็นระบบเบรกจะทำงานโดยดันผ้าเบรกให้สัมผัสกับจานเบรกเพื่อให้รถหยุด ซึ่งจะมีแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ บางรุ่นก็เฉพาะล้อหน้า

ข้อดี

  • การบำรุงรักษาง่าย สามารถทำความสะอาด และตรวจเช็คสภาพได้เอง
  • ระบายความร้อนได้เร็ว
  • ระบายน้ำได้ดี
  • ตอบสนองทันที มีความแม่นยำสูง
  • แต่งเพิ่มความสวยงามได้


ข้อเสีย

  • ค่าบำรุงรักษาค่อนข้างแพง
  • พละกำลังในการเบรก ด้อยกว่าดรัมเล็กน้อย
  • ผ้าเบรกหมดเร็ว
  • ไม่มี ระบบมัลติพลายอิ้ง แอ๊กชั่น เหมือนกับดรัมเบรก ผู้ขับทำให้ออกแรงมากกว่าในการเหยียบเบรก




ควรเปลี่ยนผ้าเบรกตอนไหน

  • เมื่อผ้าเบรกเหลือน้อยกว่า 30%
  • เปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อมีคราบน้ำมันหรือจาระบีมากผิดปกติ
  • เปลี่ยนผ้าเบรกทันทีที่เห็นรอยร้าวบนดิสก์เบรกหรือก้ามเบรก
  • และถ้าหากเพิ่งเปลี่ยนผ้าเบรกมา อย่าเพิ่งใช้ความเร็วสูง ขับจี้ตามท้ายคันหน้ามากนัก เพราะตัวระบบเบรกอาจจะยังไม่เข้าที่ เบรกยังไม่ค่อยอยู่ เพราะผ้าเบรกต้องมีการปรับหน้าสัมผัสให้เข้ากับจานเบรกสักพัก เพื่อให้เนื้อผ้าเบรกเข้าที่กับจาน




ผ้าเบรกใกล้หมดดูอย่างไร

เสียงดังเหมือนเหล็กสีกัน เป็นเมื่อตอนเหยียบเบรก ถือเป็นสัญญานบอกว่าผ้าเบรกได้บางจนถึงตัวเตือน ซึ่งถ้าผ้าเบรกบางน้อยกว่า 1.6 มิลลิเมตร แผ่นเหล็กตัวเตือนนี้จึงจะสีกับจานเบรก ทำให้ต้องรีบเปลี่ยนผ้าเบรกทันที ทางที่ดีควรมีการเช็ค ทุก ๆ 3 เดือนหรือประมาณ 5,000 กม. ว่าผ้าเบรกอยู่ในสภาพที่มีปัญหาหรือไม่

สำหรับระบบดิสก์เบรกนั้นผ้าเบรกจะหมดเร็วกว่า แบบระบบดรัมเบรก ประมาณ 2 เท่าหรือว่ากันง่าย ๆ คือเปลี่ยนผ้าระบบดิสก์เบรก 2 ครั้ง แต่กลับกัน ระบบดรัมเบรกเปลี่ยนเพียง 1 ครั้ง และ อีกส่วนหนึ่งคือพฤติกรรมการขับขี่ อัตตราความถี่ในการเหยียบเบรกของแต่ละบุคคลก็มีส่วนร่วมด้วยเหมือนกันนะครับ


ดรัมเบรก กับ ดิสค์เบรก คืออะไร ต่างกันอย่างไร เชื่อว่าทุกท่านคงได้คำตอบที่ชัดเจนกันแล้ว คงหายสงสัยกันลงไปไม่น้อยเลยล่ะครับ เพราะสำหรับระบบเบรกทั้ง 2 รูปแบบนั้น หากพูดกันโดยรวมแล้ว ดูเหมือนว่าเบรกระบบดิสจะเป็นที่ได้เปรียบอยู่ไม่น้อย ดูจากรูปทรงที่สวยงาม รวมไปถึงประสิทธิภาพที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าระบบดรัมเบรกเลย ทำให้ดิสค์เบรกกลายมาเป็นระบบเบรกยอดนิยมในปัจจุบันไปแล้วนั่นเอง ส่วนใครที่สนใจอยากจะอัพเกรดระบบเบรก ก็ถือว่าเป็นอะไรที่น่าลงทุนไม่น้อย เพราะได้ทั้งประสิทธิภาพที่เพิ่มเข้ามา รวมไปถึงความสวยงาม ที่ดรัมเบรกไม่สามารถให้ได้  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าระบบเบรกของเราจะใช้รู้แบบ แบบไหน ก็ขอแนะนำว่า ให้ดูแลและตรวจเช็คให้ดี รักษาให้ดี เพื่อคงสภาพการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น และร่วมถึงความปลอดภัยในการขับขี่รถบนถนนด้วยนะครับ



ด้วยความปรารถนาดีจาก เพจ ประกันรถถูกๆ ต่อง่ายๆ คุ้มครองเลย

สาระน่ารู้เรื่อง ประกันรถยนต์ที่ จริงจัง จริงใจ จริงจริง ♥

สนใจซื้อประกันรถยนต์ คลิ๊ก