ติดฟิลม์กรองแสงรถยนต์ ฟิลม์กรองแสงรถยนต์ มีแบบไหนบ้าง

ติดฟิลม์กรองแสงรถยนต์ ฟิลม์กรองแสงรถยนต์ มีแบบไหนบ้าง

ติดฟิลม์กรองแสงรถยนต์ ฟิลม์กรองแสงรถยนต์ มีแบบไหนบ้าง หลายคนที่กำลังจะติด ฟิล์มรถยนต์  อาจจะเคยได้ยินว่า มี ฟิล์มกรองแสง ติดรถยนต์อยู่ 2 ประเภทคือ ฟิล์มดำ เเละ ฟิล์มปรอท แล้วทั้ง 2 ชนิด มีความแตกต่างกันอย่างไรล่ะ วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับฟิลม์ทั้ง 2 แบบกันนะครับ



1. ฟิลม์ปรอท 

ติดฟิลม์กรองแสงรถยนต์ ฟิล์มที่ช่วยสะท้อนเเสงอาทิตย์เเละสะท้อนความร้อนได้มากกว่าเพราะเป็นฟิล์มที่ใช้ติดกระจกอาคารบ้านเรือนมีความสะท้อนแวววับ การติดฟิล์มชนิดนี้บานหน้าควรติดในค่าเปอร์เซ็นต์ไม่มากจนเกินไป รวมถึงกระจกบานอื่นๆรอบคัน เนื่องจากเป็นฟิล์มที่มีการเคลือบปรอท หากค่าเปอร์เซ็นต์ของปรอทสูงเกินไปจะทำให้แสงตกกระทบเเล้วสะท้อนสร้างความรำคาญตาให้กับผู้พบเห็น นอกจากนั้นข้อเสียของฟิล์มชนิดนี้คือตัวเซนเซอร์ Easypass ก่อนใช้บริการการทางพิเศษเซนเซอร์อาจอ่านได้ยากกว่าฟิล์มปกติ สัญญาณ GPS หรือโทรศัพท์มือถือทะลุเข้ามาในรถได้ยากทำให้สัญญาณโทรศัพท์หากใช้ในรถไม่แรง

  • ข้อดี
    1. สะท้อนแสง UV ได้ดี ยิ่งค่าปรอทมากก็ยิ่งกันความร้อนได้มาก
    2. ห้องโดยสารเย็น

  • ข้อเสีย
    1. กลางคืนมองไม่ชัด เวลามองด้านข้างจะเกิดภาพสะท้อน
    2. เเสงสะท้อนตอนกลางวันสร้างความรำคาญให้ผู้พบเห็น




2. ฟิล์มดำ 

หากคุณต้องการความเป็นส่วนตัวทำกิจกรรมต่างๆในรถ ฟิล์มดำค่า 60เปอร์เซ็นต์คือคำตอบที่เหมาะสำหรับคุณ เพราะคนจากภายนอกจะมองเข้ามาไม่เห็น และเวลาแสงตกกระทบกระจกไม่สะท้อนโดนตาคนที่มอง แต่ข้อเสียของฟิล์มดำคือหากติดฟิล์มในค่าความเข้มมากเกินไปหากขับในเวลากลางคืนจะยากต่อการมองขณะขับรวมถึงการถอยในที่มืดมองลำบาก ทำให้ต้องคอยลดกระจกลงมาเพื่อมองเวลาถอยทุกครั้ง การติดให้ฟิลม์ดำทั้งหมดก็อาจถูกมองว่าเจ้าของรถเป็นคนกวน ๆ อีกทั้งหากติดดำมากก็อาจจะโดนด่านเรียกบ่อยอีก ต้องเป็นรถที่ขออนุญาตเท่านั้น

  • ข้อดี
    1. ไม่สะท้อนแสงเวลามองกระจกซ้ายขวา เเละบานหน้าก็ไม่สะท้อน
    2. ค่าความเข้มของฟิล์ม 60-80% มีความเป็นส่วนตัว คนภายนอกมองไม่เห็นข้างในห้องโดยสาร
  • ข้อเสีย
    1. สะท้อนเเสงแดดได้ไม่ดีเท่าฟิล์มปรอท
    2. ฟิล์มที่มีความเข้มมากๆ กลางคืนหรือในที่มือมองลำบาก





ข้อเสียของการติดฟิลม์ดำเกิน 60% ขึ้นไป

ข้อดีของการติดฟิล์มให้ดำเข้าไว้มีเพียงอย่างเดียวก็คือ กันแดด ลดอาการของตกแต่งภายในรถพังเร็วขึ้นจากแสงแดด แต่หากคุณติดฟิล์มดำจนเกินไปอาจจะมีข้อเสียมากกว่า ดังนี้

1. เกิดอุบัติเหตุแก่คนขับ

ทัศนวิสัยของคนขับจะแย่ลง แม้สำหรับบางท่าน ฟิล์ม 60 หรือ ฟิล์ม 80 อาจจะไม่ส่งผลในการขับรถกลางวัน แต่หากเลี้ยวรถเข้าห้าง หรือ ลานจอดรถ  หรือในพื้นที่ ที่มืดหน่อยๆ คุณอาจจะมองไม่เห็นก็ได้  และยิ่งเป็นช่วงเวลากลางคืนเมื่อออกต่างจังหวัด มันจะทำให้คุณมองเห็นสิ่งรอบข้างภายนอกของคุณได้ยาก การเกิดอุบัติเหตุนี้อาจจะไม่คุ้มกับการติดฟิล์มดำ

2. เกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ร่วมทาง

ไม่เพียงทัศนวิสัยของคนขับที่อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุแก่คุณเอง เพื่อนร่วมทางที่ไม่ทันสังเกตว่าในรถยนต์มีคนอยู่หรือเปล่า? โดยเฉพาะรถซีดาน ที่มีความเงียบเวลาสตาร์ท แล้วหากคนขับเล่นโทรศัพท์ ไม่ทันได้เปิดไฟหน้ารถ คนเดินตัดหน้าไม่มีทางรู้เลยว่าด้านในมีคนขับรถอยู่หรือเปล่า? อาจจะเสี่ยงต่อการเดินตัดหน้ารถอย่างไม่ทันตั้งตัว ชนเอาง่าย ๆ เวลาออกตัวขณะจอดรถข้างถนน หรือ ในลานจอดที่แจ้ง

3. โดนเรียกทุกด่าน

การติดฟิล์มดำ ตั้งแต่ 60 เปอร์เซนต์ขึ้นไป ทำให้รถยนต์ของคุณดูมืดทึบ มองเห็นคนโดยสารภายในไม่ชัด เมื่อจำเป็นต้องเดินทางต่างจังหวัด หากเจอด่าน แน่นอนว่าคุณตำรวจต้องขอเรียกให้ไขกระจกสักหน่อย ข้อเสียของการเจอด่านคือทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทาง โดยจะต้องนั่งอธิบายกันยาว ๆ ว่ากำลังจะไปไหน? มาจากไหน? และยิ่งหากเดินทางไกลมาก ๆ แล้วกำลังทำเวลา อาจจะโดนเรียกตรวจหลายอย่าง ไปไม่ทันธุระอีก!

4. ติดฟิล์มดำสะท้อนแสง (ฟิล์มปรอท) ยังผิดกฎหมายอยู่

แม้ว่ากฎหมายห้ามติดฟิล์มดำ จะยกเลิกไปแล้วยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 แต่การติดฟิล์มดำในลักษณะฟิล์มปรอทสะท้อนแสง ยังผิดกฎหมายอยู่ ฟิล์มปรอทสะท้อนแสงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของสิ่งที่ติดเพิ่มเข้าไปกับตัวรถและอาจเป็นอันตรายแก่ผู้ร่วมทาง รถยนต์คันนั้นจะต้องถูกนำของดัดแปลงออก และอาจถูกปรับด้วย

5. รถร้อนขึ้นกว่าเดิม เพราะรังสีไม่ระบาย

กรณีนี้จะเกิดกับรถที่ติดฟิล์มด้านหน้าที่ความเข้มน้อยกว่าฟิล์มด้านข้าง อย่างเช่น 40% / 60% ระหว่างขับหลายชั่วโมง ตัวกระจกด้านหน้ารับแสงเข้ามาเต็ม ๆ  แล้วพอรีบเลี้ยงเข้าไปจอดในอาคารร่ม ๆ ปรากฎว่าแสงที่เข้ามาทางด้านหน้ารถ ถูกดูดซับอยู่ภายในรถ ตั้งแต่ คอนโซล เบาะ (โดยเฉพาะเบาะหนังสีดำ) แทนที่ความร้อนจะกระจายออกได้ไว รังสีสะท้อนไปมาอยู่ในรถ อาจส่งผลไปยังส่วนอื่น ๆ เช่น ผ้าหรือโฟมบุใต้หลังคารถ อะไรทีวางอยู่ในรถพังง่ายหมด พฤติกรรมการขับขี่และเลือกใช้ฟิล์มเช่นนี้จะทำให้อายุการใช้งานของตกแต่งภายในรถยนต์เสื่อมสภาพเร็ว



ติดฟิลม์กรองแสงรถยนต์ ฟิลม์กรองแสงรถยนต์ มีแบบไหนบ้าง นอกจากนี้ฟิล์มดำยังเห็นคราบจากน้ำฝนได้ง่ายกว่า (ในวันที่คุณไม่ได้ล้างรถ) การติดฟิล์ม 60/80 40/60 40/80 ก็ยังเป็นที่นิยมกันอยู่ ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ซึ่งหากติดพลาดไปแล้วรอบแรก ก็สามารถแก้ไขได้ ฟิล์มรถยนต์มีหลายยี่ห้อ ให้คุณได้เลือก และเดี๋ยวนี้ก็มีเทคโนโลยีฟิล์มแบบพิเศษที่ปกป้องการกระแทกจากก้อนหินหน้ารถ ช่วยปกป้องกระจกไม่ให้แตกร้าวง่าย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ปาหิน หรือมีเศษหินพุ่งเข้ามากระแทก จะติดฟิล์มแพงทั้งที ต้องเลือกความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ควรเลือกติดฟิลม์ที่เหมาะสม ไม่ให้เข้มจนเกินไป เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและผู้อื่นนะครับ




ด้วยความปรารถนาดีจาก เพจ ประกันรถถูกๆ ต่อง่ายๆ คุ้มครองเลย

สาระน่ารู้เรื่อง ประกันรถยนต์ที่ จริงจัง จริงใจ จริงจริง ♥

สนใจซื้อประกันรถยนต์ คลิ๊ก