รู้ได้อย่างไร ว่าเราต่อประกันรถแล้ว

รู้ได้อย่างไร ว่าเราต่อประกันรถแล้ว

รู้ได้อย่างไร ว่าเราต่อประกันรถแล้ว เมื่อประกันภัยรถยนต์ใกล้จะหมด สำหรับผู้ที่ออกรถมาใหม่ มักจะถูกพนักงานหรือคนขายประกันโทรหา … ?

โดยจะมีคำพูดหรือข้อเสนอต่างๆ ให้เรารีบต่อประกันภัย ทั้งๆที่เรายังไม่เห็นรายละเอียด หรือยังไม่รู้จักคนโทรมาเลยด้วยซ้ำ


!!! เขาไปเอาข้อมูลเรามาจากไหน … ?


สำหรับผู้ที่ออกรถใหม่ และยังไม่เคยต่อประกัน

= จากที่ท่านออกรถ ทั้งทีอยู่ เบอร์โทร เลขตัวถัง และชื่อนามสกุล ตอนออกรถ ต้องแจ้งข้อมูลกับทางศูนย์ขายรถอยู่แล้ว รวมถึง บางท่านที่ทำผ่อนโดยจัดไฟแนนซ์ ข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ อาจจะมีการให้กันกับฝ่ายงานต่างๆเอาไว้ ทั้งยินยอมก็ดีและไม่ยินยอมก็ดี เลยทำให้ ผู้ที่ติดต่อมาหารู้ข้อมูลของเราได้อย่างละเอียด รวมถึง วันหมดประกันภัยอีกด้วย



ส่วนรูปแบบและวิธีการเลือกต่อประกันภัยรถยนต์ หลักๆแล้ว จะมีทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน

  1. ทางโทรศัพท์ / สำหรับผู้ที่ทำประกันรถยนต์ผ่านชองทางนี้ = ที่มีคนโทรมาขายประกันรถยนต์ – ส่วนใหญ่ มักจะให้เราทำเป็นผ่อน หรือจ่ายงวดแรกกับทางเขาก่อนอย่างน้อย 3,000 บาท เพื่อเป็นการตกลงยินยอมและส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บเงินเก็บเอกสาร ส่วนที่เหลือให้ผ่อนชำระ หรือรอไปชำระใกล้ๆ-หลังหมดประกัน


  2. ทาง Social media / สำหรับผู้ที่ทำประกันรถยนต์ผ่านชองทางนี้ = Facebook , Line – ส่วนใหญ่ มักจะเป็นการแชท – ถามตอบและตกลงทำประกันภัยในรูปแบบต่างๆ ของการชำระเงิน คล้ายๆกับการซื้อของออนไลน์


  3. ทางเว็บไซต์ /สำหรับผู้ที่ทำประกันรถยนต์ผ่านชองทางนี้ = หาข้อมูลจาก Google หรือเว็บ-การโฆษณาต่างๆ – ส่วนใหญ่ มักจะเลือกเอง ดูรายละเอียดต่างๆ และชำระเงินผ่านเว็บต์เอง เพราะรู้ข้อมูลหรือเคยต่อ เคยทำอยู่เป็นประจำ + จะชอบอะไรง่ายๆไม่ยุ่งยาก


  4. ทางสาขา-บริษัท / สำหรับผู้ที่ทำประกันรถยนต์ผ่านชองทางนี้ = มักจะต้องการเจอกับ พนักงาน – เจ้าหน้าที่เอง หรือแวะผ่านพอดี – ส่วนใหญ่แล้ว ต้องการความเชื่อมั่น หรือชอบอะไรแบบเดิมๆที่เคยทำ




* แต่ละรูปแบบ ในการทำประกันภัยรถยนต์ จะ รู้ได้อย่างไร ว่าเราต่อประกันรถแล้ว คุ้มครองจริง *

ใบคำขอเอาประกันภัย | กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต

  1. ขอรายละเอียดความคุ้มครอง – หลักฐาน ก่อนตกลง

    = (ใบเสนอ) เพื่อให้แน่ใจว่า เราได้เลือกข้อเสนอ หรือความคุ้มครองแบบไหนไว้ – อู่ – ห้าง – ตามที่เขาแจ้งหรือตกลงกันจริง เพราะการตกลงทางโทรศัพท์ ในบางครั้งอาจจะทำให้เราลืม หรือผู้ขายแจ้งไม่ชัดเจน + แต่หากเป็นช่องทางอื่นๆ มักจะมีใบเสนอหรือรายละเอียดให้ก่อน เราจะสามารถบันทึกหรือเก็บไว้เป็นหลักฐานได้


    และหากเป็นการต่อผ่านช่องทางเว็บไซต์ ที่จะแสดงการเสนอประกันภัยรถยนต์ แต่ละบริษัทประกัน ให้เราเลือก ก็สามารถใช้รายละเอียดของหน้าเว็ปนั้นยืนยันเมื่อกรมธรรม์ออกได้


    -แต่สำหรับการเลือกต่อผ่านทางเว็บไซต์ ควรระมัดระวัง เว็บไซต์ที่ไม่ปลอยภัย

    โดยให้สังเกตุความปลอดภัยของช่องลิงค์ (หากเล่นคอม) แม่กุญแจ (เล่นทางมือถือ)


หากเข้าเว็บไซต์ที่ไม่ได้มีการรองรับ ข้อมูลทั้งหมดของเราอาจจะตกอยู่ในการทำธุรกรรมไม่ดีต่างๆได้ สามารถอ่านเพิ่มเติมรายละเอียดนี้ได้ที่ เว็บ


2. ขอหลักฐานใบอนุญาต

= ผู้ที่โทรมาขายหรือบริษัทโบรคเกอร์ที่ถูกต้อง จะต้องมีใบอนุญาตประกันวินาศภัย หรือตัวแทนประกันวินาศภัยด้วย

เพราะการที่จะได้มาซึ่งใบอนุญาต จะต้องเป็นผู้ที่มี คุณสมบัติ ตามที่ คปภ.กำหนดไว้

ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ หลักจรรยาบรรณ, หลักศีลธรรม , และหลักการประกันภัยภัย รวมถึงข้อมูล หรือการติดตาม-ติดต่อกับ โบรคเกอร์-ตัวแทน-นายหน้านั้นๆ

*** และอันไหนของจริงของปลอม *** ก็สามารถเข้าเช็กได้ที่ เว็บ คปภ โดยใส่รายละเอียดอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ชื่อนามสกุล เลขบัตรประชาชน หรือ เลขใบอนุญาต


หากมีอยู่ในระบบ จะแสดงข้อมูลอย่างชัดเจนตามใบอนุญาต เช่น ชื่อนามสกุล วันหมดอายุบัตร และสถานะปัจจุบัน ว่ามีผลอย่างไรอยู่ ……




!!! หากไม่พบข้อมูล – ขาดต่อ หรือ ถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว ให้พึงระวังในส่วนนี้ด้วย


เพราะในบางครั้ง ใบอนุญาตที่แสดงให้เราดู อาจมีการแต่งภาพ หรือปลอมแปลงขึ้นได้

– แต่หากมีข้อมูลอยู่ในระบบปกติ ก็สบายใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะกรณีที่มีการชำระ-โอนเงิน ค่าเบี้ยประกันภัยไป เราสามารถเช็กกับทางบริษัทประกันภัยได้ ว่า
นายหน้าตัวแทน – บริษัทโบรคเกอร์นี้ เป็นคู่สัญญา หรือ ได้เป็นนายหน้ากับบริษัทประกันภัยนั้นๆจริงหรือไม่

และการชำระค่าเบี้ยประกันภัยกับผู้ที่มีใบอนุญาต หรือเป็นคู่สัญญากับบริษัทประกันภัย
ที่ บริษัทประกันภัย อนุญาตให้รับค่าเบี้ยประกันแทนได้ ก็จะถือว่า บริษัทประกันภัยเสมือนได้รับค่าเบี้ยประกันเองแล้ว สามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบในการเคลม การฟ้องร้องต่างๆได้อีกด้วย







3. รายละเอียดการต่อ-ทำประกันรถยนต์

= หลังจากที่แจ้งต่อประกันรถ+ชำระเงินไปเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทโบรคเกอร์-นายหน้าตัวแทนประกันวินาศภัย จะต้องมี เอกสารหลักฐานให้กับผู้ที่ทำประกันภัยเอาไว้ด้วย

เช่น ใบยืนยันการแจ้งงาน – ใบคำขอเอาประกันภัย – สัญญาคุ้มครอง -เลขที่รับแจ้ง – ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น

แต่ สำหรับประกันภัยรถยนต์บางประเภท-บางบริษัท อาจจะให้ตัวแทนนายหน้า-โบรคเกอร์ ออกกรมธรรม์ตัวจริงให้ได้เลยทันที ก็สามารถรอรับ หรือขอเป็นไฟล์เก็บเอาไว้ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เรื่องเอกสาร หลังจากที่ได้ทำประกันรถ หรือจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีหรือแสดงให้กับเราด้วย อย่างน้อยอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ จะสามารถใช้อ้างอิงกับ บริษัทประกันภัย – เจ้าหน้าที่ ที่มาสำรวจเหตุได้


*** ที่สำคัญ เรื่องระยะเวลา ในการรอรับเอกสารกรมธรรม์ ***

** ไม่ควรเกิน 1เดือน ** = หลังจากที่แจ้งต่อประกันภัย-ชำระเงินไปเรียบร้อย หากได้เอกสารเบื้องต้นบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับกรมธรรม์จากบริษัทประกันภัย ไม่ควรปล่อยระยะเวลาเกิน 1 เดือนขึ้นไป นับตั้งแต่วันที่แจ้งต่อ (ชำระเงิน)

กรณีต่อประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้นับตั้งแต่วันที่ มีคนมาถ่ายรูปรถเรา (ยกเว้นการอนุโลมไม่ต้องถ่ายรูป – หรือถ่ายเอง) เพราะหลังจากที่เราได้รับเอกสารกรมธรรม์ฉบับจริงแล้ว จะมีวันที่ระบุชัดเจน ซึ่ง จะบ่งบอกว่า เราได้ทำประกันภัยตั้งแต่วันไหน และคุ้มครองวันไหน – บริษัทประกันภัยเอง ได้จัดทำเอกสารกรมธรรม์ขึ้น ตั้งแต่วันไหน


วันทำสัญญาประกันภัย = คือ วันที่บริษัทรับเรื่อง หรือ รับทราบข้อมูลของผู้ทำประกันภัยเข้ามาในระบบแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการทำเอกสารหรือแต่อย่างไร

ระยะเวลาเอาประกันภัย = คือ วันที่เริ่มคุ่มครองจริง – เวลาเริ่มส่วนใหญ่จะไม่ระบุ หากต่อประกันรถล่วงหน้า จะให้ตีเป็นเวลา 00.01 น. แต่หากไม่มีประกันแล้วต่อ ก็จะเริ่มตอนนั้นทันที

วันทำกรมธรรม์ประกันภัย = คือ วันที่บริษัทลงระบบทุกส่วน และทำกรมธรรม์ขึ้น ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการเตรียมส่งมอบ




4. โทรเช็กกับบริษัท

= ขั้นตอนสุดท้ายหลังได้รับเอกสารกรมธรรม์เรียบร้อย หากว่ายังกังวลเรื่องการคุ้มครอง ให้โทรเข้าบริษัทประกันภัยที่เราทำไป โดยแจ้งหมายเลขกรมธรรม์ หรือทะเบียนรถ และตรวจสอบดูว่าเป็นไปตามที่ตกลงหรือความคุ้มครองนั้นๆหรือไม่

* แต่หากยังไม่ได้รับกรมธรรม์ – กรณีโทรเช็กกับบริษัทประกันภัย (เบอร์กลาง,สายด่วน) โดยแจ้งเลขรับแจ้ง หรือเลขทะเบียนรถ อาจจะยังไม่พบข้อมูลได้

เพราะ ทางบริษัทประกันภัยจะไล่ลำดับขั้นตอนของการทำกรมธรรม์ประกันภัย คือ กรมธรรม์ยังไม่ได้ถูกทำขึ้น ทำให้ไม่มีข้อมูลในระบบใหญ่หรือโทรเช็กไม่เจอนั่งเอง

แต่/ ให้เช็กกับสาขาของบริษัทประกันภัย ที่ตัวแทน , นายหน้า , โบรคเกอร์นั้นๆทำงานร่วมกันแทนได้ ว่า กรมธรรม์ประกันรถของเรา มีผลคุ้มครองจริงแล้วหรือยัง ก็ได้เช่นกัน



เพียงเท่านี้ ก็สบายใจได้ หากเกิดอะไรขึ้น ประกันรถที่เราทำ-ต่อไป จะคุ้มครองเราจริง ไม่โดนหลอก,โดนโกง หรือ ไม่ตรงตามความคุ้มครองที่ตกลง ด้วย4ขั้นตอนนี้นั้นเองงงง


ด้วยความปรารถนาดีจาก เพจ ประกันรถถูกๆ ต่อง่ายๆ คุ้มครองเลย

สาระน่ารู้เรื่อง ประกันรถยนต์ที่ จริงจัง จริงใจ จริงจริง ♥

สนใจซื้อประกันรถยนต์ คลิ๊ก