แจ้งเคลมแล้ว เอารถเข้าเคลมได้เลยหรือไม่

แจ้งเคลมแล้ว เอารถเข้าเคลมได้เลยหรือไม่

แจ้งเคลมแล้ว เอารถเข้าเคลมได้เลยหรือไม่ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เคลม หรือเคยมีเคลม แต่นานแล้ว จนลืมไปแล้ว ว่า แจ้งเคลมเสร็จ

เอารถไปเคลมได้เลยทันทีหรือไม่ ….


กรณีที่รถมีแผล,มีรอย หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว ทั้งได้แจ้งเคลมเรียบร้อยแล้วก็ดี
หรือยังไม่ได้แจ้งเคลมก็ดี

สิ่งที่สำคัญ สำหรับการเคลมขั้นตอนแรก คือ = ใบเคลม – เลขเคลม

รายการความเสียหาย


ไม่ว่าจะเป็นจากฝ่ายงานกลางที่ออกให้เรา = (บัตรติดต่อ,ใบติดต่อ)
หรือใบรายการความเสียหาย ที่บริษัทประกันออกให้ – รวมไปถึง เลขเคลมที่ได้ทางSMS
และ การเคลมออนไลน์

สิ่งเหล่านี้ จะใช้เป็นตัวเปิดทางการเคลมในขั้นตอนแรกสำหรับเรา

!!! แต่ หลังจากที่ได้มา ใช่ว่าจะไปเข้าเคลมที่อู่ซ่อม – หรือศูนย์ซ่อม แล้วเคลมได้เลยทันที ?

เพราะ … ทางอู่ซ่อม-ศูนย์ซ่อม จะมีคิว หรือการทำงานของเขา ที่ต้อง ติดต่อนัดล่วงหน้าด้วย
รวมถึง การตั้งเบิก และเสนอราคาให้กับบริษัทประกันภัยทราบ เรื่องค่าใช้จ่าย ค่าอะไหล่อีก
ใช่ว่าอยู่ๆ มีใบเคลมแล้ว นำไปติดต่อเคลม จะเคลมได้เลยทันที



ทางที่ดี ควรเป็นทางที่เรียบและลาดยาง !! เฮ้ ไม่ใช่ / ทางที่ดี หลังจากที่เราได้ใบเคลมมาแล้ว ให้คิดเอาไว้เลยว่า ยังไม่ได้เคลมเลยทันที เพราะเราเองต้องสำรวจ หรือเช็คกับทางอู่-ศูนย์ก่อนว่า รับงานประกัน หรือ เข้าเคลมที่นี้ได้หรือไม่ หากมีใบเคลมของ บริษัทประกันภัย..นั้นๆอยู่


จากนั้น เมื่อทราบแล้วว่า ทางอู่ซ่อม-ศูนย์ซ่อม รับหรือไม่รับเคลม กับบริษัทนั้นๆ …
ก็นำรถเข้าไปให้ให้ทาง อู่-ศูนย์ ดูรายการความเสียหาย เพื่อประเมินราคา-คุมราคา
เสนอบริษัทประกันภัยเรื่องค่าใช้จ่าย ในการซ่อมเคลม

หากอู่ซ่อม-ศูนย์ซ่อมนั้นๆ ไม่รับเคลมหรือไม่ได้ อยู่ในคู่สัญญากัน แต่เราอยากเคลมที่นั่นเพราะทำดีบริการดี ก็จะต้องแจ้งบริษัทประกันภัยมาตกลงเรื่องราคา หรือ สำรองจ่าย
แล้วทำเบิกคืน แต่หากอยู่ในคู่สัญญา ทางอู่-ศูนย์ ก็จะนัดวันให้เรามาเคลมอีกที โดยจะโทรแจ้งวันให้เอารถเข้ามา (กรณีรถยังขับได้) *ถ้าขับไม่ได้แล้วจะต้องจอดไว้กับอู่-ศูนย์นั้นๆ



ส่วนเอกสารที่ใช้ในวันนำรถเข้าไปติดต่อ อู่-ศูนย์ จะใช้ทั้งหมด 4 อย่าง

1.สำเนารถ (คู่มือจดทะเบียน)

2.ใบรายการความเสียหาย (ใบเคลม)

3.กรมธรรม์ประกันภัย (กรณีเป็นประกันของเราเองในการซ่อมเคลม)

4.ใบขับขี่ (ของผู้ติดต่อ หรือผู้ที่ระบุตามกรมธรรม์ในการเคลม)

หลังจากที่ไปติดต่อเรียบร้อยแล้ว อู่-ศูนย์ ก็จะนำเรื่องส่งบริษัทประกัน

ซึ่งในส่วนนี้แหละ ที่จะต้องใช้เวลา รอคอยบริษัทประกันภัยอนุมัติ ให้กับอู่ – ศูนย์นั้นๆ
ว่าโอเครในเรื่องราคากันหรือไม่ โดยจะมีระยะเวลาไม่เกิน 1-10 วันทำการ
หากจะนานไม่นาน กว่านั้น อาจจะไม่ขึ้นอยู่ที่บริษัทประกันภัยแต่เพียงอย่างเดียว
เพราะบางกรณีอาจจะรอในเรื่องของอะไหล่ และการตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติมอีก
รวมถึง อู่ซ่อม – ศูนย์ซ่อม นั้นๆในการทำงานเช่นกัน

*ถ้าเป็นไปตามที่ตกลงเรียบร้อยแล้ว ก็รอรับสายจากบริษัทประกัน ,อู่ซ่อม ,ศูนย์ซ่อมได้เลย
โดยจะให้เรา นำรถเข้าไปเคลมได้ และได้รับใบประมาณนี้เอาไว้


ซึ่งในใบรับรถจะมีระบุ บอกวันที่เอารถเข้าเคลม และวันที่รถจะเสร็จเรียบร้อย แต่บางครั้งอาจจะเสร็จนานกว่านั้น หรือเร็วกว่านั้นก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับการทำงานของที่นั้นๆอีกครั้ง

*แต่บางกรณี ทำไม… อู่ซ่อม – ศูนย์ซ่อม ถึงเคลมให้ก่อนได้เลย*

= นั่นเป็นเพราะ อู่ซ่อม-ศูนย์ซ่อมนั้นๆ เป็นสัญญาโดยตรงกับบริษัทประกันภัยที่ผูกสัญญา…ภายในกันอีกที + จังหวะคิวว่างพอดี ทางอู่-ศูนย์ จะสามารถทำเคลมไปให้ก่อนได้
รวมถึง บางอู่-บางศูนย์ อาจจะซัพพอร์ตเรื่องค่าใช้จ่ายให้ก่อนเพื่อรับงานเคลมของท่าน
ซึ่ง กรณีดังกล่าวทั้งหมดตามนี้ จะเกิดขึ้นน้อยมาก
เพราะมีความเสี่ยงสูง *สำหรับลูกค้า และ อู่ศูนย์ที่อาจกระทำโดยไม่สุจริตได้

!!! แต่ อย่างไรก็ตาม หากคุณเข้าเงื่อนไขได้เคลมก่อน ตามด้านบน กรณีที่คุณจะไปรับรถ หากบริษัทประกันภัยไม่อนุมัติ คุณก็ไม่สามารถเอารถออกจากอู่ได้เช่นกัน

แจ้งเคลมแล้ว เอารถเข้าเคลมได้เลยหรือไม่ ควรรอตามขั้นตอนของการอนุมัติ และการทำงานของทุกๆฝ่าย เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดและการหลอกลวงไปในทิศทางไม่ถูกต้อง-คอร์รัปชั่น ซึ่งถ้าหากการเคลมล่าช้า มีผลมาจากการอนุมัติเคลม คุณสามารถให้ทาง นายหน้าตัวแทน ดำเนินการจัดการ หรือช่วยเร่งประสานงานไปยังบริษัทประกันภัยนั้นๆแทนคุณเองได้ (กรณีทำกับนายหน้าตัวแทน) แต่หากเป็นเรื่องของอะไหล่แต่ละรุ่นรถ หรือ การทำงานของทางอู่ ศูนย์นั้นๆ ต้องรอหรือจัดการจากทางต้นทางเองเท่านั้น



ด้วยความปรารถนาดีจาก เพจ ประกันรถถูกๆ ต่อง่ายๆ คุ้มครองเลย

สาระน่ารู้เรื่อง ประกันรถยนต์ที่ จริงจัง จริงใจ จริงจริง ♥

สนใจซื้อประกันรถยนต์ คลิ๊ก